การใช้สูตรตัดเกรดผลการเรียน ในExcel 2013 ของ Office 365

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในส่ […]

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในส่วนของการจัดการงานด้านเอกสาร น่าจะรู้จักโปรแกรม Microsoft Office เป็นอย่างดี ซึ่งหลังๆ มานี้ ก็ได้มีการพัฒนา ชุดโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ในชื่อของ office 365 ซึ่งเป็น โปรแกรม Microsoft Office ที่สามารถใช้งานแบบเวอร์ชั่นออนไลน์
fgrsdfs
โดยการใช้งานโปรแกรมออฟฟิศในยุคต่อไปนี้จะเปลี่ยนรูปแบบจากการใช้งานบน PC ไปเป็นการใช้งานแบบออนไลน์โดยผ่าน Cloud computing ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งาน Software ได้บนทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ถึงแม้ว่ารูปแบบการใช้งานจะเปลี่ยนไป แต่ความสามาารถในการใช้ทำงาน ไปจนถึงการคำนวณด้วย Excel ก็ยังดีเหมือนเดิม ออกจะดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะใช้งานได้ง่ายกว่า และสำหรับวันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของ สูตนก็รที่บรรดา คุณครู อาจารย์ทั้งหลายต้องใช้ นั่นก็คือ สูตร Excel 2013 บน Office 365 ที่ใช้สำหรับตัดเกรดกันครับ

การคำนวณตัดเกรดด้วย Excel 2013 บน Office 365

ใครจะรู้ว่า Microsoft Excel 2013 บน office 365 ก็ในการตัดเกรดได้ และง่ายด้วย โดยการตัดเกรดนี้จะใช้โครงสร้างสูตร IF แบบง่ายๆ ที่เรียกกันว่า “การใช้ IF แบบกำหนดเงื่อนไขแตกต่อกรณีที่ไม่ใช่” สูตรนี้จะช่วยแปลผล เกรดของนักเรียนออกมาให้เราได้เลย โดยที่ไม่ต้องนั่งคำนวณ วัดเทียบคะแนนเองให้เมื่อยตา

วิธีการก็คือเราต้องสร้างเซล ที่เป็นเงื่อนไขขึ้นมาก่อนที่จะ สร้างตารางเพื่อกรอกเกรดของนักเรียน แล้วใช้เงื่อนไขที่เราสร้างขึ้นไปกรอกสูตรลงในในช่องเกรดของนักเรียนแต่ละคน เอาเป็นว่า เรามาทำไปทีละขั้นตอนพร้อมๆกันครับ

1. สร้างสูตรเงื่อนไข IF ขึ้นมา เพื่อกำหนดคะแนนที่จะแปรผลเป็นเกรด
กำหนดให้เซลล์ B3:C5 เป็นตารางคะแนน-เกรด
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปให้ได้เกรด A
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 70 คะแนนขึ้นไปให้ได้เกรด B
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 60 คะแนนขึ้นไปให้ได้เกรด C
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 50 คะแนนขึ้นไปให้ได้เกรด D
ถ้าสอบได้น้อยกว่า 50 คะแนนให้ได้เกรด F
if
2. ก่อนการเขียนสูตรเพื่อคำนวณ จำเป็นต้องมี ตารางคะแนนของนักเรียนพร้อมแล้ว เรียบร้อย ถ้าเกิดมีตารางexcel รวมคะแนนแล้ว ก็สามารถดึงมาใช้ได้เลย แต่หากไม่มี ให้สร้างขึ้นมาใหม่ โดยจะต้องมีช่อง รหัสนักเรียน /ชื่อ-นามสกุล / คะแนนที่ได้ / เกรด (ช่องเกรดให้เว้นว่างไว้ไม่ต้องกรอก เนื่องจากเราจะใส่สูตร)

3. วิธีเขียนสูตรลงใน ช่องเกรด ให้เลือกเซล และกรอกสูตรลงในช่องด้านบน ดังนี้ : =if

แล้วจากนั้นลองสังเกตุเงื่อนไขที่เราต้องกรอก จากปรากฏเป็น “=IF(logical_test,[value_if_true],[value_if_false])” ดังภาพ
ซึ่งแต่ละตัว มีความหมายตามนี้
if2
logical_test: ค่าหรือเงื่อนไขใดๆ ที่กำหนด และสามารถใช้ประเมิน เพื่อ คืนค่า จริง หรือ เท็จ
value_if_true: คืนค่า ผลลัพท์ ถ้าเงื่อนไขจาก logical_test เป็นจริง
Value_if_false:คืนค่า ผลลัพท์ ถ้าเงื่อนไขจาก logical_test เป็นเท็จ
จากเงื่อนไขสูตรที่โปรแกรมกำหนดให้นั้น สำหรับการตัดเกรดแล้ว สามารถใส่สูตรได้ดังนี้
=IF(C15<B8,"F",IF(C15<B7,"D",IF(C15<B6,"C",IF(C15<B5,"B","A"))))
C15 คือ หมายเลขเซลคะแนน
B… คือช่องคะแนนที่เราตั้งเงื่อนไขมาว่า ต่ำว่า B… จะแปรผลเป็นเกรด “….”

4. นำสูตรข้างต้น ใส่ในช่องเกรดของนักเรียนทุกๆคน แต่จะต้องเปลี่ยนค่า C15 เป็นหมายเลขเซลช่องเกรดของนักเรียนคนนั้นๆ เท่านี้โปรแกรมก็จะคำนวนเกรดให้โดยอัตโนมัติ

คุณครูหลายท่าน อาจจะคิดว่ามันยุ่งยาก แต่จะบอกว่า ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะแบบฟอร์มนี้สามารถ copy ไปใช้ใน sheet อื่น ได้ในระยะยาว อย่างเช่นเวลาต้องการใช้คำนวณตัดเกรดให้กับนักเรียนห้องอื่น ก็แค่คลิ๊กขวาที่แท็บ sheet ด้านล่าง แล้วเลือกคำสั่ง Move or Copy
copy sheet

จากนั้นก็จะปรากฏหน้าต่าง ให้คลิ๊กที่create a copy แล้ว คลิ๊ก OK ก็จะได้ แผ่นงานตัดเกรดสำหรับนักเรียนห้องอื่น เรียบร้อยแล้ว copy sheet3

วิธีการใช้ก็แค่เปลี่ยนชื่อ sheet เปลี่ยนรหัสนักเรียน / ชื่อนักเรียน / เปลี่ยนคะแนน ก็แค่นั้นเอง สบายและง่ายมากๆต่อการใช้งาน

Share to ...

About RedOnion