5 เทรนด์ Server สำหรับธุรกิจปี 2017

เมื่อธุรกิจก้าวสู่ Digital มากขึ้น Server จึงเป็นปัจจัยสำคัญไปแล้ว ในปีที่ผ่านๆมา เราอาจจะพบว่าในตลาด IDC มีตัวเลขที่ติดลบมากขึ้นในการขยาย Server ทั่วโลก แต่สำหรับประเทศไทย ตัวเลข Server กลับเป็นบวก ด้วยปัจจัยที่เราพัฒนาตัวเราเองมากขึ้นสู่โลก Digital ในปีที่ผ่านมา

จริงๆมีตัวเลขที่น่าสนใจอีกมาก คือตัวเลข Hyper-Converged ที่สูงขึ้น เติบโตอย่างมากมาย เทรนด์ที่เริ่มจะกลับจาก Cloud มาสู่ Hybrid Cloud มากขึ้นเช่นกัน ตัวเลขที่เริ่มมอง Security อย่างมาก เพราะธุรกิจเริ่มเอาตัวเองมาสู่ Online ทำให้ทั้ง Trojan , Malware หรือ แม้กระทั้งข่าวล่าสุดรัสเซียที่ Hack USA ด้วยเทคนิคง่ายๆ คือแค่อีเมล์ไปให้คลิกคลิก แล้ว install malware hack ข้อมูลไปอย่างง่ายดาย ทำให้ Security นั้นสำคัญมากสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน

บทความนี้รวบรวมจากประสบการณ์ จากการฟัง อ่าน และอยู่ในวงการ และจากเทรนด์ที่พบจากลูกค้าที่เข้ามาที่เรา เพราะปีที่ผ่านมาเรา Delivery Server ไปกว่า 2,500 ตัว ทำให้เริ่มเห็นเทรนด์ในภาพกว้าง จึงอยากเอามา Share เพื่อนๆ เพื่อให้ปรับตัวสู่ร่วมกัน

 

SME จะนำ Software เล็กๆมาทดลองลง Cloud มากขึ้น

– ใครๆก็พูดถึง Cloud กันในปีที่ผ่านมา แต่ Cloud ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย คงเป็น Cloud ในฝั่งของ Consumer ซะเยอะ ที่ทุกๆคนใช้กันก็เช่น iCloud , Dropbox , OneDrive ซึ่งในกลุ่ม Consumer ก็ใช้เก็บภาพ เก็บ File นั้นเอง แต่ก็มีการใช้ปะปนกัน ในบรรดา SME ที่ใช้ในนามส่วนตัว แล้วนำมาใช้ในกิจการเป็นต้น

– สำหรับ Cloud ใน Corporate ที่จริงจังแล้วดูจะมาแทน On-Premise อย่างเกือบ 100% ก็คือ E-Mail ซึ่งโดยตัวมันก็เป็น Cloud อยู่ล่ะ แต่ในกลุ่ม Enterprise ก็คงหนีไม่พ้น Office 365 หรือ Google App for Work ที่ใช้กันอย่างมาก ส่วน Cloud อื่นๆ เช่น Server มักจะนิยมใช้กันสำหรับผู้พัฒนา Mobile Application เพราะเป็นกลุ่มที่เริ่มต้น Resource น้อย เติบโตเร็วช้า ยากที่จะ Forecast ได้ ดังนั้นการตั้ง Server เองจึงไม่เหมาะสำหรับกลุ่มนี้ จึงไป Cloud น่าจะ 100% กันได้

– สำหรับอีกกลุ่มนึงที่น่าจับตาในปี 2017 คือกลุ่ม SME ที่นำ Software เล็กๆของตัวเอง ไปไว้ใน Cloud เพราะมีคนใช้งานเพียง 2-10 คน ซึ่งอาจจะเริ่มมองว่าการมี Server ที่ใหญ่เกินไปใน Office และต้องดูแลรักษาอาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป แต่การเข้าไปจัดการ Virtual Machine บน Cloud ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน

จำนวน Server ในองค์กรใหญ่จะลดลง เพราะ SSD ถูกลง

– เทรนด์ที่เริ่มมองเห็นใน Server แบรนด์ต่างๆก็คือ SSD ที่ถูกนำมาใช้ใน Server มาโดยตลอด แต่ด้วยราคาที่แพงในอดีตทำให้มีน้อยคนนักที่นำมาใช้ และมีกำลังจะเอื้อมถึง แต่สำหรับปี 2017 นี้ เรามองเห็น SSD มีราคาที่ต่ำลง เริ่มเห็นในราคาหลัก 7-8 พันมากขึ้นสำหรับ Read Intensive

– ด้วยเหตุของ SSD ก็จะทำให้ Server มีความเร็วมากขึ้น ความต้องการ Server ขนาดใหญ่ๆ ระดับ 4CPU หรือแม้กระทั้ง 2CPU หลายตัวจะต่ำลง หันมาใช้ Server + SSD แล้ว Consolidate หลายๆ Server มาอยู่เพียงไม่กี่ตัวด้วย Performance ของ CPU ทุกวันนี้ทีไว แล้ว SSD ที่เร่ง Speed ไปได้อีกมากมายมหาศาลเลยทีเดียว

Hyper-Converged เทรนด์ที่จะมาแทน Cloud สำหรับธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่

– เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปงาน Canalyst เป็นงานรวม Partner Enterprise ระดับ Worldwide ทาง Canalyst CEO ได้พูดถึงเทรนด์ที่น่าสนใจคือ Server ภาพรวมทั้งโลกลดลง แต่ Hyper-Converged นั้นเติบโตอย่างมาก ทุกคนพูดถึง Cloud มาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่องค์กร จะ Move ไป Hybrid Cloud หรือทำ Co-location นั้นคือ การนำ Server ของตัวเองที่ทำ Hyper-Converged แล้วมาอยู่ใน local Location ที่ประเทศตัวเอง ของตัวเอง ควบคุมได้ด้วยตัวเอง

– เพราะจริงๆแล้ว คนไม่ได้ต้องการ Cloud แต่คนต้องการระบบที่ไม่ล่ม ต้องการระบบที่จัดการง่าย ขึ้น Production ได้ง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องรอคอยอะไรนานๆ ไม่ต้องพึ่ง IT Engineer ที่ค่าตัวแสนแพง แถมหาตัวจับยากขึ้นทุกๆวัน ทำให้องค์กรมีความเสี่ยงด้าน IT มากขึ้น การไป Cloud ก็เหมือนลด Cost ตรงนี้แล้วไปจ่ายให้ Cloud ที่เป็น Pool กลางแทน แต่ความเป็นจริง Cloud หากใช้งานมากๆก็ไม่ใช่ว่าถูก จึงเกิด Hyper-Converged เกิดขึ้น ที่เป็นการสร้าง Cloud ภายในองค์กร โดยบริหารจัดการง่าย รวดเร็ว ทันใจ นั้นเอง ทำให้กระแส Hyper-Converged บนโลกนี้เติบโตรวดเร็วมาก แล้วก็นำไปสู่ Hybrid Cloud คือ Backup Private Cloud เราไปยัง Public Cloud นั้นเอง

Server จะทำ HA ได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ลงลึกไประดับ SME

– สมัยก่อน การจะมี Server ไม่ล่ม ก็ต้องมีทั้ง Server + Storage + Software ที่แสนแพง เพื่อให้ Server ไม่ล่ม ไม่ล่วง แต่ตลอดปีสองปีที่ผ่านมา มี Software ที่ถูกลงมากมายมาช่วยให้ Server ไม่ล่มได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงมีทั้ง Software Defined-Storage มาช่วยทำให้ไม่ต้องมี Storage ก็ทำ HA ได้อีกด้วย หรือแม้กระทั้ง Microsoft เองที่พัฒนาตัว Replica ที่ทำให้เรา Replicate VM ของเราไปยังอีก Server ทุกๆ 5 วินาทีอีกต่างหาก

– สิ่งเหล่านี้ช่วยอย่างมาก เพื่อให้การมี Server ที่จะทำ HA ได้นั้นง่ายขึ้นในปี 2017 เราก็อาจจะเริ่มเห็น SME ที่ลงทุน Server ตัวเล็ก 2 ตัว ก็สร้าง Infra ที่แข็งแกร่งได้แล้ว ด้วยราคาที่ถูกลง

Server appliance จะมากขึ้น

– มีการต่อสู้กันพอสมควร ระหว่าง Cloud กับ On-Premise (Server ภายใน) เพราะไม่ว่า Vendor ต่างๆที่ผลิต Hardware ย่อมไม่ต้องการ Cloud เพราะทำให้ตัวเลข Server นั้นน้อยลง ประกอบกับผู้ประกอบการก็ไม่ต้องการดูแล Server ให้ยุ่งยาก เพราะลำพังดูแลธุรกิจก็เหนื่อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราเห็นในทุก Vendor เลยคือ การทำ Server Appliance ออกมา หรือ ศัพท์มนุษย์คือ Server ที่มันสำเร็จรูป นั้นแหละ คือ ติดตั้ง Install ทุกอย่างมาจากโรงงาน มี Software มาครอบ ทำให้ทุกอย่างมันง่าย บน UI ที่มันง่าย เพื่อให้คนกลับมาสู่ On-Premise มากขึ้น

-เพราะสุดท้าย เมื่อองค์กรเคยใช้ Cloud แล้วใช้จะรู้ว่า Cloud มันไม่ได้ถูก เพียงแต่มันยึด หด ขยายได้เร็ว แต่องค์กรที่รู้ปริมาณ Load ของตัวเองแล้วว่ามากน้อยแค่ไหน การทำ On-Premise ย่อมมีราคาที่ต่ำกว่า หรือ หาก Load ไม่มากบางทีก็ Cloud ก็ถูกกว่าอย่างเทรนด์ข้อแรกของเรา ดังนั้น พูดง่ายๆ ธุรกิจวิ่งไปหาอะไรที่ ถูก ง่าย และรวดเร็ว ดังนั้น Server Appliance จึงมาตอบโจทย์ดังกล่าว

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถบอกได้ 100% ว่าองค์กรไหน เหมาะกับ Solution ไหนแบบไหน เพราะแต่ละองค์กรก็แตกต่างกัน ถ้าถามว่า 2BESHOP.COM เราใช้อะไร ก็ต้องบอกว่าเรา Develop เองบน Web Platform ทำให้ทุกอย่างเรารันอยู่บน Server เพียง 2 ตัวที่ทำ HA กันก็เพียงพอ

หรือ แม้กระทั้ง การป้องการ Downtime นั้น เราก็ต้องถามตัวเราเองว่า เรายอมให้ล่มได้นานแค่ไหน ค่าความเสียหายขนาดไหน เพราะบางที เราซื้อ Server มาทำ HA ทำ DR เพื่อป้องกันความเสี่ยง ก็ต้องอยู่ที่มูลค่าการลงทุนว่าที่ลงทุนไปเช่น 1 แสน 1 ล้านนั้น ป้องกันความเสี่ยงกับมูลค่าที่สูญเสียไปสักเท่าไร เพื่อจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้ เช่น องค์กรเราทำงาน Office Time นอก Office Time สามารถ Down ได้ ดังนั้นก็ต้องตอบให้ได้ว่าหาก Down ใน Office Time ใช้เวลากู้คืน กี่ ชั่วโมง แล้วเสียหายเท่าไร บางทีเราก็ซื้ออะไรมากเกินจำเป็น แล้วทำให้มองว่าลงทุนสูง หรือบางทีเราก็อาจจะลงทุนน้อยเกินไปก็ได้เช่นกัน

ปี 2017 เป็นปีที่ทุกๆคนเริ่มต้อง Transform ตัวเองไปสู่ Digital กันได้แล้วแบบจริงๆจังๆ ไม่ว่าจะ E-Commerce , Online Marketing , Social Media รวมไปถึง Analysis Data ของเราเอง เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจจะโตได้ IT Infra จะต้องแข็งแรง หลังบ้านต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ก็เหมือนนักวิ่งที่ขาแข็งแรง แต่หัวใจแข็งแรงหรือไม่ หากหัวใจแข็งแรง ขาแข็งแรง ธุรกิจย่อมเป็นนักวิ่งมาราธอนที่แข็งแรงด้วยเช่นกัน

Share to ...

About admin